การพระราชทานปริญญาบัตร

posted on 22 Dec 2008 15:14 by phyllantheae

วันนี้ ๒๒ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๑  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระกรุณาล้นพ้นหาประมาณมิได้ เสด็จพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิต มหาบัญฑิต และดุษฎีบัณฑิต ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ข้าพเจ้าซึ่งขณะที่พิมพ์ข้อความนี้กำลังศึกษาอยู่ระดับชั้นปริญญาตรีชั้นปีที่ ๔ เคยมีโอกาสเข้าเฝ้าพระองค์ เมื่อทรงเสด็จมาตั้งแต่ข้าพเจ้าศึกษาอยู่ชั้นปีที่ ๑ แต่วันนี้มิได้เข้าเฝ้าดังเคยเพราะ มิได้ร้องเพลงประสานเสียงอีกแล้ว แต่ก็เป็นโอกาสที่จักได้เฝ้าดูการถ่ายทอดสดพิธีพระราชทาน 

ข้าพเจ้าได้เห็นว่าการพระราชทานปริญบัตรนั้นรวดเร็วเพียงใด พระองค์ต้องวาดพระหัตถ์อย่างเร็วเพื่อส่งปริญญาบัตรแด่บัณฑิต โดยประมาณการว่าในหนึ่งนาทีพระองค์สามารถพระราชทานได้ถึง สามสิบห้าคนหรือสี่สิบคน ช่างอัศจรรย์ ข้าพเฝ้าดูการพระราชทาน แล้วอยู่ดีดีน้ำตาก็ไหลโดยรู้ตัว รู้สึกว่าพระองค์ต้องเหนื่อยมาก ท่านทรงเป็นพระราชวงค์แต่ทรงสละพระราชกำลัง สละเวลาส่วนพระองค์มาพระราชทาน (หากใครไม่เคยเห็นตอนพระราชทานอาจนึกภาพไม่ออก) แม้ท่านจะเหนื่อยเพียงใดงานไม่เคยสะดุด คิดดูคนที่ต้องโยกมือตลอดเวลาหลายชั่วโมงอาจจะง่วงและเมื่อยมาก แต่พระองค์ทรงมีพระวิริยะอุตสาหะมาก ข้าพเจ้ารู้สึกเศร้าใจที่เชื้อพระวงศ์เหนือหัวจอมเกล้าชาวไทยจักต้องมาลำบากพระวรกายถึงเพียงนี้ แล้วบัณฑิตบางคนที่รับพระราชทานพระกรุณา แต่กลับมิได้ดำรงตนให้เป็นประโยชน์แก่บ้านเมืองแลส่วนรวม คิดถึงแต่ตัวเอง บัณฑิตเหล่านี้เป็นบัณฑิตจริงหรือ ข้าพเจ้ายืนดูการถ่ายทอดสดสักพักก็พระราชทานเสร็จพอดี ทรงตรัสพระราชดำรัส อันมีข้อความเตือนและปลอบใจให้บัณฑิตทุกคนอดทนอดกลั้นต่ออุปสรรค์เพื่อประกอบกิจการงานแก่ สังคมแลประเทศชาติ 

ในวันรุ่งขึ้นพระองค์จะเสด็จไปพระราชทานปริญญาบัตรที่มหาวิทยาลัยมหาสารคามอย่างต่อเนื่องโดยมิได้คำนึงถึงความเหนื่อยยากลำบกพระวรกาย ใน ๓ ปีที่แล้วข้าพเจ้าเคยได้เข้าเฝ้าเสด็จพระดำเนินผ่าน ข้าพเจ้ารู้สึกตื้นตันใจมากที่มีบุญได้มีโอกาสเข้าเฝ้าอย่างใกล้ชิด แม้จะเป็นเวลาสั้นเพียงเล็กน้อยแต่นับเป็นเวลาที่มีค่ามากที่สุดของข้าพเจ้า หากข้อความนี้มีความอันกระด้างมิสมควร ขอพระองค์ได้ทรงโปรดพระราชทานอภัยโทษ ด้วยใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทฯ มิถนัดราชาศัพท์ และกล่าวข้อความทั้งหมดนี้อันมาจากใจอันภักดี ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

ควรมิควรแล้วแต่จะโปรดฯ 

ตื่นเถิดไทย

posted on 19 Oct 2008 20:10 by phyllantheae

ตื่นเถิดไทย

ขอขอบคุณ http://www.imeem.com/khunnamoop/music/tgEIIOj2/bso_wakeup/ ที่เอื้อเฝื้อเพลงปลุกใจสำคัญเช่นนี้

เขมรไทรโยค

posted on 02 Oct 2008 23:33 by phyllantheae  in Music

เขมรไทรโยค

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว     ขับร้องโดยวงสวนพลู

นกเขาขะแมร์

posted on 02 Oct 2008 20:30 by phyllantheae  in Music

 

นกเขาขะแมร์ (เพลงรักจากเขมรสู่ไทย)

หลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง)

    การเดินทางตามเสด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ไปเวียดนามและกัมพูชาเมื่อพุทธศักราช ๒๔๗๓ เป็นโอกาสที่หลวงประดิษฐไพเราะได้ศึกษาท่วงทำนองเพลงของเขมร ซึ่งการเดินทางครั้งนี้ท่านได้พาบุตรชายคนโตของท่าน อาจารย์ประสิทธิ์ ศิลปบรรเลง เดินทางไปด้วยเพราะมีความรู้เรื่องภาษาอังกฤษและโน้ตสากลจากประเทศญี่ปุ่น อีกทั้งอาจารย์ประสิทธิ์ยังได้เขียนบันทึกการเดินทางครั้งนี้เพื่อตีพิมพ์ในวารสารของสยามสมาคม (Journal of The Siam Society) ชื่อ Thai Music at the Court of Cambodia: a personal souvenir of Luang Pradit Phairoh's visit in 1930 โดยเล่าว่าพระเจ้าอยู่หัวทรงรับสั่งให้ท่านพ่อแสดงฝีมือการเดี่ยวต่อสมาคมทำให้เจ้ามณีวงศ์ กษัตริย์เขมรชอบใจเป็นอย่างมากจึงขอตัวหลวงประดิษฐฯไว้ให้สอนดนตรีแก่นักดนตรีเขมร โดยในเรื่องนี้นำความเศร้าใจมาสู่หลวงประดิษฐฯอยู่มากที่จะได้ห่างไกลพระยุคลบาทแม้เพียงเดือนเดียวก็ตาม ซึ่งเมื่อพระเจ้าอยู่หัวทรงสังเกตเห็นความทุกข์ของหลวงประดิษฐฯ ก็ทรงพระสรวล แล้วตรัสว่า "จงทำหน้าที่ให้ดีที่สุด แล้วรีบกลับมาเร็วๆ"

   การอยู่ที่เขมรหนึ่งเดือน ทำให้ท่านจดจำท่วงทำนองเพลงเขมรไว้หลายเพลง และยังได้มีการบันทึกเป็นโน้ตที่ช่วยให้จำได้ง่าย ซึ่งต่อมาท่านหลวงประดิษฐไพเราะ ได้นำเพลงเขมรบางเพลงมาประดิษฐ์ใหม่เป็นดังเช่น เพลงนกเขาขะแมร์นี้

เอกสารอ้างอิง: อานันท์ นาคง และ อัษฎาวุธ สาคริก. 2544. หลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) มหาดุริยกวีลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งอุษาคเนย์. บริษัทพิฆเณศ พริ้นท์ติ้ง เซ็นเตอร์ จำกัด, กรุงเทพฯ.

 

เพลงนกเขาขะแมร์เป็นเพลงเถา เป็นเพลงรับร้อง ในท่วงทำนองมีการเลียนเสียงการขันของนกโดยเฉพาะที่ท่อนสอง ๓ชั้น

แสนคำนึง ๑ ชั้น

posted on 02 Oct 2008 00:36 by phyllantheae  in Music

 

แสนคำนึง (เพลงสะท้อนปฏิกิริยานโยบายวัฒนธรรม หลังสงครามโลก)

หลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง)

ในยุคกระแส "เชื่อผู้นำ ชาติพ้นภัย" เป็นกระแสรักชาติที่เกิดจากการออกนโยบายปฏิวัติ โดยมีคนขานรับด้วยพฤติกรรมแบบเอาอกเอาใจมากมาย แต่ในขณะเดียวกันก็มีปฏิกิริยา "ไม่เชื่อผู้นำ ชาติพ้นภัยกว่า" จากหลายคนที่รักชาติไม่แพ้กัน เพลงแสนคำนึงก็เป็นอีกบทเพลงที่ไพเราะ ซึ่งเกิดจาการไม่เชื่อผู้นำเช่นกัน

เบื้องหลังของเพลงได้ถูกบอกเล่าโดยนางมหาเทพกษัตรสมุห ทายาทของท่านหลวงประดิษฐฯเอง โดยบันทึกในหนังสือพระราชทานเพลิงศพ คุณหญิงชิ้น ศิลปบรรเลง กล่าวว่าช่วงหลังสงครามโลกการแสดงออกอย่างทันสมัยของไทยเป็นการกระทำที่ต้องการบ่งบอกให้ชาวโลกรับรู้ว่าประเทศนี้เข้มแข็ง ไม่ล่าสมัย คงจะเป็นที่ทราบดีดังเช่นกฏต่างๆ ที่เราเคยรับรู้ (เพราะแม้แต่ตัวเจ้าของกระทู้เองก็เกิดไม่ทัน) จนกระทั่งกฏได้ลุกลามเข้าสู่ดนตรีไทย ดนตรีประจำชาติที่ถูกกล่าวหาว่าล่าสมัย ป่าเถื่อน คร่ำครึ ถึงกับออกคำสั่งห้ามเล่นเครื่องดนตรีไทยบางชนิดทั่วประเทศ ขนาดจะแอบเล่นในบ้านก็ไม่ได้ เพราะหากเสียงดังออกไปก็จะมีความผิด ทำให้นักดนตรีไทยเกิดความเศร้าใจยิ่งนัก จนทำให้หลวงประดิษฐไพเราะ ระบายความรู้สึกออกมาเป็นเพลง ท่านจึงแต่งเพลง แสนคำนึง บทร้องที่ถูกแต่งไว้หลายบทเพื่อบรรยายความเคียดแค้นนั้นครั้นมาถึงมือคุณหญิงชิ้น พี่สาวนางมหาเทพกษัตรสมุห เพื่อจะให้ร้อง คุณหญิงท่านก็ฉีกทิ้งทันที เพื่อป้องกันภัยอันจะเกิดได้แก่ผู้เป็นพ่อ หลวงประดิษฐฯจึงต้องหาเนื้อร้องใหม่ ได้เนื้อร้องจากเรื่องขุนช้างขุนแผน

นอกจากนี้หากท่านใดเคยได้ดูภาพยนต์เรื่องโหมโรง ก็อาจจะจำได้ว่าในตอนท้ายของเรื่อง ตอนยุคสงครามโลก มีกฏดังว่านี้ แล้วท่านก็เล่นเพลงนี้ตอนที่ทหารมาที่บ้านท่าน แล้วหลังจากนั้นท่านก็มีอาการกำเริบด้วยโรค แต่เพลงนี้ยังคงก้องอยู่ในโสตประสาทลูกหลานดนตรีไทยทุกคน ไม่เฉพาะแต่ในภาพยนต์เท่านัน อนึ่งตัวผมเองชอบคำพูดที่โต้ตอบในภาพยนต์เรื่งนี้ตอนที่ท่านครู ตอบโต้กับทหาร ว่าเหตุใดท่านจึงไม่เชื่อผู้นำ เพราะท่านกล่าวว่า ความทันสมัยเป็นอารยะธรรม แต่เป็นการดูถูกรากเหง้าของตัวเอง เช่นนี้ยังจะเรียกว่า อารยะได้อีกหรือ

 

เอกสารอ้างอิง:อานันท์ นาคคง และ อัษฎาวุธ สาคริก. 2544. หลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) มหาดุริยกวีลุ่มเจ้าพระยาแห่งอุษาคเนย์. บริษัทพิฆเณศ พริ้นท์ติ้ง เซ็นเตอร์จำกัด, กรุงเทพฯ.

 

สวัสดี

posted on 28 Sep 2008 17:09 by phyllantheae
สำหรับชาวพฤกษศาสตร์ และบุคคลที่สนใจ ขอต้อนรับทุกท่านครับ

edit @ 29 Sep 2008 17:56:18 by Botany KKU